deutsche Version
thailไndische Version

 

 

ระเบียบข้อบังคับ
สมาคมร้านอาหารไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

หมวดที่ 1
ความทั่วไป

ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมร้านอาหารไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี"
เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า THAILAENDISCHER GASTSTAETTEN VERBAND DEUTSCHLAND ใช้คำย่อว่า TGV โดยเติมอักษรย่อ e.V. หลังจากจดทะเบียนเป็นสมาคมแล้ว
ข้อ 2.   "ร้านอาหารไทย" ในระเบียบข้อบังคับนี้ หมายถึง ร้านอาหาร ซึ่งมี รายการอาหารไทย จำหน่าย ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 ของรายการอาหารทั้งหมดของร้าน และได้จดทะเบียนไว้กับทางการสหพันธ์ฯ แล้ว
ข้อ 3.   สมาคมร้านอาหารไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบอนน์ / นครเบอร์ลิน
ข้อ 4.   สถานที่ทำการของสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
ข้อ 5.  

วัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ เพื่อ

5.1 อนุรักษ์ เผยแพร่และพัฒนา ศิลปะอาหารไทย
5.2 สร้างสายสัมพันธ์ ทางวัฒนธรรม สำหรับกลุ่มชาวไทย และระหว่างชาวไทย กับชาวต่างประเทศ โดยอาศัยอาหารไทยเป็นสื่อ เพื่อให้เกิดความรัก และความเข้าใจ ในศิลปะวัฒนธรรม ด้านอาหารไทย
5.3 เป็นศูนย์กลาง ของการพบปะ แลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็น และแนะแนว เกี่ยวกับการประกอบธุระกิจร้านอาหารไทย
5.4 เสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของกิจการร้านอาหารไทย เพื่อประโยชน์ ในการเจรจาต่อรอง กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นสื่อในการส่งเสริม และเพิ่มพูนผลประโยชน์ ในการประกอบกิจการร้านอาหารไทย
5.5 เป็นสื่อกลาง ในการสร้างความเข้าใจ และความเป็นธรรม ระหว่างเจ้าของกิจการผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ในกิจการ ร้านอาหารไทย
ข้อ 6.  

สมาชิกของสมาคม ฯ มีสามประเภทคือ

6.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบ ให้เข้าเป็นสมาชิก ตามเงื่อนไขและขั้นตอนในข้อ 7
6.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติดังในข้อ 7.1
6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตฯ จำนวน 1 คน บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคมฯ ซึ่งคณะกรรมการสมาคมฯ ลงมติ ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของสมาคมฯ
ข้อ 7.  

คุณสมบัติของสมาชิกสามัญ มีดังต่อไปนี้

7.1 เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย หรือผู้แทนที่เจ้าของร้านอาหารไทย มอบหมายให้เป็นผู้แทนของตน เป็นลายลักษณ์อักษร จำนวนร้านละ 2 คน และให้ถือว่า ในกรณีที่มีการลงคะแนนเสียงใด ๆ ให้แต่ละร้าน มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ ร้านละ 1 เสียง
7.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี
7.3 เป็นผู้ที่ไม่เคยถูกลบชื่อ ออกจากทะเบียนสมาชิก ตามข้อ 11.4
7.4 ต้องมีพ่อครัวคนไทยอย่างน้อย 2 คน ทำงานในร้านของตน
7.5 ต้องแสดง หลักฐานการ จดทะเบียนร้านอาหาร ที่ได้จดไว้กับทางการเยอรมัน
7.6 ผู้ที่มีคุณสมบัติ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ให้คณะกรรมการฯ เป็นผู้ลงมติตัดสิน
ข้อ 8.   การสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ ให้ผู้ประสงค์ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ ยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมฯ โดยมีสมาชิกสามัญ รับรองอย่างน้อย 2 คน ให้คณะกรรมการฯ พิจารณา เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้จ่ายค่าธรรมเนียมการสมัครเป็นสมาชิก
ข้อ 9.   สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่สมาคมฯ ได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญ ของผู้ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ
ข้อ 10.   ค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกประจำปี คณะกรรมการสมาคมฯ เป็นผู้ปรับปรุงเป็นครั้งคราว ตามที่เห็นสมควร และให้ติดประกาศไว้ ณ ที่ทำการของสมาคมฯ และแจ้งให้สมาชิกฯทราบ
ข้อ 11.  

สมาชิกภาพของสมาชิก ให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

11.1 ปิดกิจการ, เปลี่ยนเจ้าของ
11.2 ลาออก, ถึงแก่กรรม
11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก โดยมีสมาชิกสามัญ อย่างน้อย 5 คน ลงชื่อขอให้ คณะกรรมการ ฯ พิจารณาปลดออก
11.4 คณะกรรมการ พิจารณาลงมติให้ ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้น ได้ประพฤตินำความเสื่อมเสีย มาสู่สมาคมฯ โดยให้มีมติ 2 ใน 3 ของ คณะกรรมการฯ ที่มาร่วมประชุม
11.5 ขาดการชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี หลังจากได้รับการเตือน เป็นลายลักษณ์อักษร 3 ครั้ง
ข้อ 12.  

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1 สมาชิกสามัญมีสิทธิ เข้าร่วมประชุมของสมาคมฯ
12.2 สมาชิกสามัญมีสิทธิ ออกคะแนนเสียงต่างๆ ในที่ประชุมได้ร้านละ 1 คะแนนเสียง ตลอดจนมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ เพื่อรับการเลือกตั้งเป็น ประธานสมาคมฯ และกรรมการสมาคมฯ
12.3 สมาชิกสามัญมีสิทธิ เข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด เพื่อร้องขอต่อคณะกรรมการฯ ให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้
12.4 มีสิทธิ เข้าใช้สถานที่ของสมาคมฯ ตามระเบียบที่ คณะกรรมการฯ กำหนด โดยเท่าเทียมกัน
12.5 มีสิทธิ ร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบเอกสาร และบัญชีทรัพย์สินของสมาคมฯ
12.6 มีสิทธิ เสนอความคิดเห็น เกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฯ ต่อคณะกรรมการฯ
12.7 มีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ โดยเคร่งครัด
12.8 มีหน้าที่ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุน การดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมฯ
12.9 มีหน้าที่ ร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้น ทำหน้าที่เผยแพร่ และส่งเสริมชื่อเสียง ของสมาคม ฯ
12.10 มีหน้าที่ ชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด

 

หมวดที่ 2
การเลือกตั้งคณะกรรมการ

ข้อ 13. ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึ่งที่ได้รับการเลือกตั้ง จากการประชุมใหญ่ ทำหน้าที่บริหารกิจการ ของสมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วย ประธานและกรรมการอื่นๆ มีจำนวนรวมกัน ไม่น้อยกว่า 10 คน
ข้อ 14.  

การเลือกตั้งประธานและกรรมการ

14.1 การเลือกตั้งประธานและกรรมการ ให้กระทำทุก 2 ปี โดยอาจดำเนินการ ช้ากว่ากำหนด 2 ปี
ได้ไม่เกิน 30 วัน ตามปฏิทินสากล
14.2 การเลือกตั้งคณะกรรมการฯ ให้กระทำในที่ประชุมใหญ่สามัญ โดยให้สมาชิกของสมาคมฯ เสนอชื่อ ของสมาชิกสามัญ ที่เห็นสมควรได้รับการเลือกตั้ง เป็นคณะกรรมการฯ และให้มีสมาชิกผู้อื่น รับรอง อย่างน้อย 1 คน เมื่อเสร็จสิ้นการเสนอชื่อแล้ว ให้ที่ประชุมมอบหมาย ให้สมาชิกสามัญ จำนวน ไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน ทำหน้าที่แจกบัตร ลงคะแนนเสียง และนับคะแนนเสียง
14.3 ให้ที่ประชุม ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยวิธีลับ จากนั้นให้นับคะแนน และประกาศผลทันที
14.4 ตำแหน่งที่ต้องเลือกตั้งมี 4 ตำแหน่ง คือประธาน เหรัญญิก และกรรมการตรวจบัญชี 2 ตำแหน่ง
14.5 ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ประธานกรรมการ สงวนสิทธิ ที่จะพิจารณา จัดหากรรมการ เป็นทีมทำงาน
ที่เหลือ ด้วยตนเอง
14.6 ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกตั้ง มิได้มีสัญชาติไทย หรือมีคุณสมบัติ ไม่ถูกต้องให้ยกเลิกผลการเลือกตั้ง และต้องกำหนดให้มีการเสนอชื่อผู้อื่น และดำเนินการเลือกตั้งใหม่ ภายในเวลา 30 วัน นับจาก การเลือกตั้งครั้งแรก จนกว่าจะมีบุคคลสัญชาติไทย และ มีคุณสมบัติถูกต้อง ได้รับการเลือกตั้ง
14.7 ให้เก็บบัญชีรายชื่อ ผู้ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตามลำดับ เพื่อเเต่งตั้ง เป็นคณะกรรมการสำรอง ในกรณี ที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 15.   อัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง
ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ (การลงทุน) เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง
ผู้อำนวยการ ท.ท.ท. แฟรงเฟริต เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง
ผู้อำนวยการศูนย์พาณิชยกรรมแฟรงแฟริต เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต 1 คน เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง
สมาชิกกิตติมศักดิ์มีหน้าที่ ให้คำปรึกษา แนะนำ ออกความเห็น และประสานงาน ในการดำเนินงานกิจกรรม ของสมาคมฯ โดยการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง แต่ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงใดๆ

 

หมวดที่ 3
ตำแหน่งและหน้าที่ของคณะกรรมการ

ข้อ 16.

ให้คณะกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่ดังต่อไปนี้

16.1 ประธาน ทำหน้าที่ เป็นผู้บริหารกิจการของสมาคมฯ เป็นผู้แทนของสมาคมฯ ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่ประชุมคณะกรรมการฯ และการประชุมใหญ่สามัญและ วิสามัญของสมาคมฯ ตลอดจนเป็นกรรมการ ในคณะกรรมการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
16.2 เหรัญญิก ทำหน้าที่ ปฏิบัติงานด้านการเงิน ทั้งหมดของสมาคมฯ เป็นผู้จัดทำ บัญชีรายรับรายจ่ายของสมาคมฯ และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมฯ ไว้เพื่อตรวจสอบ
16.3 กรรมการตรวจบัญชี 2 ตำแหน่งมีหน้าที่ ตรวจสอบการทำบัญชีของสมาคมฯ อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน
16.4 กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ประธานเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง และมอบหมายหน้าที่ ตามความเหมาะสม
ข้อ 17.  

การแต่งตั้งอนุกรรมการ

17.1 ประธาน มีอำนาจแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ จากสมาชิก หรือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
จำนวนไม่เกิน 5คน เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน และช่วยเหลือการทำงานของประธาน
ทั้งนี้ อายุการทำงานของอนุกรรมการ จะต้องสิ้นสุดลง ภายในวาระของประธาน
17.2 กรรมการ สามารถแต่งตั้ง อนุกรรมการ 2 คน จากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ) ทำหน้าที่สนับสนุน และช่วยเหลืองานของกรรมการนั้น ๆ โดยความเห็นชอบ ของประธาน ทั้งนี้อายุการทำงาน ของคณะอนุกรรมการ จะต้องสิ้นสุดลง ภายในวาระของกรรมการผู้นั้น
ข้อ 18.  

การพ้นตำแหน่งของกรรมการ
กรรมการจะพ้นตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็น การออกตามวาระในข้อ 14.6 ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

18.1 ขาดจากสมาชิกภาพ
18.2 ลาออก
18.3 ถึงแก่กรรม
18.4 คณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ลงมติ ให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ 19.   กรรมการที่ประสงค์ จะลาออกจาก ตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออก เป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อประธาน และพ้นตำแหน่ง เมื่อประธานอนุมัติให้ออก
ข้อ 20.   ในกรณีที่มี กรรมการพ้นตำแหน่ง ให้แต่งตั้งกรรมการใหม่ จากบัญชีรายชื่อ ของคณะกรรมการสำรอง
ข้อ 21.  

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

21.1 มีอำนาจ ออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่ไม่ขัดต่อ ข้อบังคับฉบับนี้ เพื่อให้สมาชิกนำไปปฏิบัติตาม
21.2 มีอำนาจ เรียกประชุมใหญ่
21.3 มีอำนาจ บริหารกิจการของสมาคมฯ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และมีอำนาจอื่น ๆ
ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
21.4 มีหน้าที่ รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดของสมาคมฯ
21.5 มีหน้าที่ จัดให้มีการประชุมใหญ่ เมื่อ1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอ ให้จัดการประชุมใหญ่ขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องกระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
21.6 มีหน้าที่ จัดทำเอกสาร หลักฐาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การบริหารกิจการของสมาคมฯ และจัดทำบันทึก รายงานการประชุมของสมาคม ฯ สามารถให้ตรวจสอบได้เมื่อมีสมาชิกร้องขอ
21.7 มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับ ได้กำหนดไว้
ข้อ 22.   ให้คณะกรรมการฯ มีการประชุมปรึกษากันอย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับ การบริหารกิจการของสมาคมฯ
ข้อ 23.   การประชุมคณะกรรมการฯ จะต้องมี กรรมการเข้าร่วมประชุม เกินกว่า ครึ่งหนึ่งของกรรมการ ทั้งหมด จึงจะถือว่า ครบองค์ประชุม ในการลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการฯ ถ้าระเบียบข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 24.   ในการประชุมคณะกรรมการฯ ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ที่เข้าประชุม เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่แทนประธาน ในการประชุมครั้งนั้น

 

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่

ข้อ 25.

การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ มี 2 ประเภท คือ

25.1 ประชุมใหญ่สามัญ
25.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 26.   คณะกรรมการฯ ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญทุกปี
ข้อ 27.  

การประชุมใหญ่สามัญ จะต้องมี วาระการประชุม อย่างน้อยดังต่อไปนี้

27.1 แถลงถึงการดำเนินงาน ของสมาคมฯ ที่ได้กระทำไป ในรอบปีผ่านมา
27.2 แถลงบัญชี รายรับ รายจ่าย ของสมาคมฯ ในปีนั้น
ข้อ 28.   การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นได้ โดยที่ คณะกรรมการฯเห็นควรจัดขึ้น หรือโดยที่สมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด เข้าชื่อกันร้องขอต่อ คณะกรรมการฯให้จัดขึ้น
ข้อ 29.   การแจ้งกำหนด นัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการ เป็นผู้แจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกทราบ โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน และ ต้องแจ้งให้สมาชิก ตามที่อยู่ในทะเบียน รับทราบ ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข้อ 30.   ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิก เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะ ถือว่าครบองค์ประชุม ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วม ไม่ครบองค์ประชุม แต่สมาชิกที่มาร่วมการประชุม เห็นสมควร ก็ให้ดำเนินการประชุมได้ ในกรณีที่สมาชิกมีความเห็นว่าควรเลื่อนการประชุมออกไป จะต้องจัดให้มีการประชุมขึ้น ภายในเวลา 30 วัน หลังจากนั้น โดยไม่มี การจำกัดองค์ประชุม
ข้อ 31.  

การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เป็นเกณฑ์ และถ้าคะแนนเสียง ที่ลงมติ มีเท่ากัน ให้ประธาน ในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 32.  
32.1 ให้ประธานสมาคมฯ เป็นประธาน ในการประชุมใหญ่ของสมาคมฯ ถ้าประธานไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่ มาร่วมประชุม เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นมา ทำหน้าที่ เป็นประธาน ในการประชุมคราวนั้น
32.2 การลงมติต่าง ๆ ในการประชุมใหญ่ ต้องจดบันทึกลง เป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีประธาน
ในการประชุมใหญ่ และผู้บันทึก ลงนามกำกับในบันทึกนั้น ให้เลือกผู้จดบันทึก ก่อนเริ่มการประชุม โดยเลือกจาก สมาชิกที่เป็นกรรมการ


หมวดที่ 5
การเงิน และทรัพย์สิน

ข้อ 33. การเงินและทรัพย์สิน ของสมาคมฯ ให้อยู่ในความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการฯ
ข้อ 34.  

เงินสดของสมาคมฯ ให้นำฝากไว้ในธนาคาร ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
โดยเปิดบัญชีในนาม ของสมาคมฯ

34.1 การสั่งจ่ายจะต้องมีลายเซ็นของ
เหรัญญิก + ประธาน
หรือ เหรัญญิก + ตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากประธาน
หรือ ประธาน + ตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากเหรัญญิก
34.2 การสั่งจ่ายไม่เกิน 5.000 มาร์ค ต่อเดือน กรณีมีความจำเป็น ต้องจ่ายมากกว่า จำนวนเงินที่กำหนดไว้นี้ ต้องผ่านการเห็นชอบ ของคณะกรรมการฯ ก่อน


หมวดที่ 6
การแก้ไขระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ

ข้อ 35. การแก้ไขระเบียบข้อบังคับนี้ ให้ที่ประชุมใหญ่ มีมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด สมาชิกสามัญ มีสิทธิส่งคะแนนเสียงทางไปรษณีย์

 

หมวดสมทบ
การจ้างบุคลากรที่มิได้เป็นสมาชิกฯ

ข้อ 36. ในกรณีที่สมาคมฯ ว่าจ้างบุคลากร ซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับ
งานธุระการของสมาคมฯ การทำสัญญาว่าจ้างนี้ จะต้องผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการฯ อายุของสัญญาว่าจ้าง ต้องเท่ากับวาระการทำงาน ของคณะกรรมการฯ ชุดนั้น ๆ

nach oben^