| ข้อ |
1. |
 |
สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมร้านอาหารไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี"
เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า THAILAENDISCHER GASTSTAETTEN VERBAND
DEUTSCHLAND ใช้คำย่อว่า TGV โดยเติมอักษรย่อ e.V. หลังจากจดทะเบียนเป็นสมาคมแล้ว |
| ข้อ |
2. |
|
"ร้านอาหารไทย" ในระเบียบข้อบังคับนี้
หมายถึง ร้านอาหาร ซึ่งมี รายการอาหารไทย จำหน่าย ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 75 ของรายการอาหารทั้งหมดของร้าน และได้จดทะเบียนไว้กับทางการสหพันธ์ฯ
แล้ว |
| ข้อ |
3. |
|
สมาคมร้านอาหารไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบอนน์ / นครเบอร์ลิน |
| ข้อ |
4. |
|
สถานที่ทำการของสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ
กรุงเบอร์ลิน |
| ข้อ |
5. |
|
วัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ เพื่อ
| 5.1 |
อนุรักษ์ เผยแพร่และพัฒนา ศิลปะอาหารไทย |
| 5.2 |
สร้างสายสัมพันธ์ ทางวัฒนธรรม สำหรับกลุ่มชาวไทย
และระหว่างชาวไทย กับชาวต่างประเทศ โดยอาศัยอาหารไทยเป็นสื่อ
เพื่อให้เกิดความรัก และความเข้าใจ ในศิลปะวัฒนธรรม
ด้านอาหารไทย |
| 5.3 |
เป็นศูนย์กลาง ของการพบปะ แลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็น
และแนะแนว เกี่ยวกับการประกอบธุระกิจร้านอาหารไทย |
| 5.4 |
เสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของกิจการร้านอาหารไทย
เพื่อประโยชน์ ในการเจรจาต่อรอง กับผู้ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งเป็นสื่อในการส่งเสริม และเพิ่มพูนผลประโยชน์
ในการประกอบกิจการร้านอาหารไทย |
| 5.5 |
เป็นสื่อกลาง ในการสร้างความเข้าใจ และความเป็นธรรม
ระหว่างเจ้าของกิจการผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ในกิจการ
ร้านอาหารไทย |
|
| ข้อ |
6. |
|
สมาชิกของสมาคม ฯ มีสามประเภทคือ
| 6.1 |
สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบ
ให้เข้าเป็นสมาชิก ตามเงื่อนไขและขั้นตอนในข้อ 7 |
| 6.2 |
สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติดังในข้อ
7.1 |
| 6.3 |
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตฯ
จำนวน 1 คน บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคมฯ
ซึ่งคณะกรรมการสมาคมฯ ลงมติ ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ของสมาคมฯ |
|
| ข้อ |
7. |
|
คุณสมบัติของสมาชิกสามัญ มีดังต่อไปนี้
| 7.1 |
เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย หรือผู้แทนที่เจ้าของร้านอาหารไทย
มอบหมายให้เป็นผู้แทนของตน เป็นลายลักษณ์อักษร จำนวนร้านละ
2 คน และให้ถือว่า ในกรณีที่มีการลงคะแนนเสียงใด ๆ
ให้แต่ละร้าน มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ ร้านละ 1 เสียง |
| 7.2 |
เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี |
| 7.3 |
เป็นผู้ที่ไม่เคยถูกลบชื่อ ออกจากทะเบียนสมาชิก
ตามข้อ 11.4 |
| 7.4 |
ต้องมีพ่อครัวคนไทยอย่างน้อย 2 คน ทำงานในร้านของตน |
| 7.5 |
ต้องแสดง หลักฐานการ จดทะเบียนร้านอาหาร ที่ได้จดไว้กับทางการเยอรมัน |
| 7.6 |
ผู้ที่มีคุณสมบัติ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น
ให้คณะกรรมการฯ เป็นผู้ลงมติตัดสิน |
|
| ข้อ |
8. |
|
การสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ ให้ผู้ประสงค์ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ
ยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมฯ โดยมีสมาชิกสามัญ รับรองอย่างน้อย
2 คน ให้คณะกรรมการฯ พิจารณา เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้จ่ายค่าธรรมเนียมการสมัครเป็นสมาชิก |
| ข้อ |
9. |
|
สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่สมาคมฯ
ได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญ ของผู้ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา
ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ |
| ข้อ |
10. |
|
ค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกประจำปี คณะกรรมการสมาคมฯ
เป็นผู้ปรับปรุงเป็นครั้งคราว ตามที่เห็นสมควร และให้ติดประกาศไว้
ณ ที่ทำการของสมาคมฯ และแจ้งให้สมาชิกฯทราบ |
| ข้อ |
11. |
|
สมาชิกภาพของสมาชิก ให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
| 11.1 |
ปิดกิจการ, เปลี่ยนเจ้าของ |
| 11.2 |
ลาออก, ถึงแก่กรรม |
| 11.3 |
ขาดคุณสมบัติสมาชิก หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก
โดยมีสมาชิกสามัญ อย่างน้อย 5 คน ลงชื่อขอให้ คณะกรรมการ
ฯ พิจารณาปลดออก |
| 11.4 |
คณะกรรมการ พิจารณาลงมติให้ ลบชื่อออกจากทะเบียน
เพราะสมาชิกผู้นั้น ได้ประพฤตินำความเสื่อมเสีย มาสู่สมาคมฯ
โดยให้มีมติ 2 ใน 3 ของ คณะกรรมการฯ ที่มาร่วมประชุม |
| 11.5 |
ขาดการชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี หลังจากได้รับการเตือน
เป็นลายลักษณ์อักษร 3 ครั้ง |
|
| ข้อ |
12. |
|
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
| 12.1 |
สมาชิกสามัญมีสิทธิ เข้าร่วมประชุมของสมาคมฯ |
| 12.2 |
สมาชิกสามัญมีสิทธิ ออกคะแนนเสียงต่างๆ ในที่ประชุมได้ร้านละ
1 คะแนนเสียง ตลอดจนมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ เพื่อรับการเลือกตั้งเป็น
ประธานสมาคมฯ และกรรมการสมาคมฯ |
| 12.3 |
สมาชิกสามัญมีสิทธิ เข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1
ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด เพื่อร้องขอต่อคณะกรรมการฯ
ให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้ |
| 12.4 |
มีสิทธิ เข้าใช้สถานที่ของสมาคมฯ ตามระเบียบที่
คณะกรรมการฯ กำหนด โดยเท่าเทียมกัน |
| 12.5 |
มีสิทธิ ร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบเอกสาร
และบัญชีทรัพย์สินของสมาคมฯ |
| 12.6 |
มีสิทธิ เสนอความคิดเห็น เกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฯ
ต่อคณะกรรมการฯ |
| 12.7 |
มีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ
โดยเคร่งครัด |
| 12.8 |
มีหน้าที่ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุน การดำเนินกิจการต่างๆ
ของสมาคมฯ |
| 12.9 |
มีหน้าที่ ร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้น ทำหน้าที่เผยแพร่
และส่งเสริมชื่อเสียง ของสมาคม ฯ |
| 12.10 |
มีหน้าที่ ชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี
ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด |
|
| ข้อ |
16. |
 |
ให้คณะกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่ดังต่อไปนี้
| 16.1 |
ประธาน ทำหน้าที่ เป็นผู้บริหารกิจการของสมาคมฯ
เป็นผู้แทนของสมาคมฯ ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธาน
ในที่ประชุมคณะกรรมการฯ และการประชุมใหญ่สามัญและ
วิสามัญของสมาคมฯ ตลอดจนเป็นกรรมการ ในคณะกรรมการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย
ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี |
| 16.2 |
เหรัญญิก ทำหน้าที่ ปฏิบัติงานด้านการเงิน
ทั้งหมดของสมาคมฯ เป็นผู้จัดทำ บัญชีรายรับรายจ่ายของสมาคมฯ
และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมฯ ไว้เพื่อตรวจสอบ |
| 16.3 |
กรรมการตรวจบัญชี 2 ตำแหน่งมีหน้าที่ ตรวจสอบการทำบัญชีของสมาคมฯ
อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน |
| 16.4 |
กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ประธานเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง
และมอบหมายหน้าที่ ตามความเหมาะสม |
|
| ข้อ |
17. |
|
การแต่งตั้งอนุกรรมการ
| 17.1 |
ประธาน มีอำนาจแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ จากสมาชิก
หรือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
จำนวนไม่เกิน 5คน เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน และช่วยเหลือการทำงานของประธาน
ทั้งนี้ อายุการทำงานของอนุกรรมการ จะต้องสิ้นสุดลง
ภายในวาระของประธาน |
| 17.2 |
กรรมการ สามารถแต่งตั้ง อนุกรรมการ 2 คน
จากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ)
ทำหน้าที่สนับสนุน และช่วยเหลืองานของกรรมการนั้น
ๆ โดยความเห็นชอบ ของประธาน ทั้งนี้อายุการทำงาน ของคณะอนุกรรมการ
จะต้องสิ้นสุดลง ภายในวาระของกรรมการผู้นั้น |
|
| ข้อ |
18. |
|
การพ้นตำแหน่งของกรรมการ
กรรมการจะพ้นตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็น การออกตามวาระในข้อ
14.6 ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
| 18.1 |
ขาดจากสมาชิกภาพ |
| 18.2 |
ลาออก |
| 18.3 |
ถึงแก่กรรม |
| 18.4 |
คณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ลงมติ ให้ออกจากตำแหน่ง |
|
| ข้อ |
19. |
|
กรรมการที่ประสงค์ จะลาออกจาก ตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออก
เป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อประธาน และพ้นตำแหน่ง เมื่อประธานอนุมัติให้ออก |
| ข้อ |
20. |
|
ในกรณีที่มี กรรมการพ้นตำแหน่ง ให้แต่งตั้งกรรมการใหม่
จากบัญชีรายชื่อ ของคณะกรรมการสำรอง |
| ข้อ |
21. |
|
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
| 21.1 |
มีอำนาจ ออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่ไม่ขัดต่อ ข้อบังคับฉบับนี้
เพื่อให้สมาชิกนำไปปฏิบัติตาม |
| 21.2 |
มีอำนาจ เรียกประชุมใหญ่ |
| 21.3 |
มีอำนาจ บริหารกิจการของสมาคมฯ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
และมีอำนาจอื่น ๆ
ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ |
| 21.4 |
มีหน้าที่ รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดของสมาคมฯ |
| 21.5 |
มีหน้าที่ จัดให้มีการประชุมใหญ่ เมื่อ1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ได้เข้าชื่อร้องขอ ให้จัดการประชุมใหญ่ขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องกระทำภายใน
30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ |
| 21.6 |
มีหน้าที่ จัดทำเอกสาร หลักฐาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ
การบริหารกิจการของสมาคมฯ และจัดทำบันทึก รายงานการประชุมของสมาคม
ฯ สามารถให้ตรวจสอบได้เมื่อมีสมาชิกร้องขอ |
| 21.7 |
มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับ ได้กำหนดไว้ |
|
| ข้อ |
22. |
|
ให้คณะกรรมการฯ มีการประชุมปรึกษากันอย่างน้อยทุก ๆ 6
เดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับ การบริหารกิจการของสมาคมฯ |
| ข้อ |
23. |
|
การประชุมคณะกรรมการฯ จะต้องมี กรรมการเข้าร่วมประชุม
เกินกว่า ครึ่งหนึ่งของกรรมการ ทั้งหมด จึงจะถือว่า ครบองค์ประชุม
ในการลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการฯ ถ้าระเบียบข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในการประชุม
เป็นผู้ชี้ขาด |
| ข้อ |
24. |
|
ในการประชุมคณะกรรมการฯ ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการ ที่เข้าประชุม เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นมา
เพื่อทำหน้าที่แทนประธาน ในการประชุมครั้งนั้น |
| ข้อ |
25. |
 |
การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ มี 2 ประเภท คือ
25.1 ประชุมใหญ่สามัญ
25.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
|
| ข้อ |
26. |
|
คณะกรรมการฯ ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญทุกปี |
| ข้อ |
27. |
|
การประชุมใหญ่สามัญ จะต้องมี วาระการประชุม อย่างน้อยดังต่อไปนี้
| 27.1 |
แถลงถึงการดำเนินงาน ของสมาคมฯ ที่ได้กระทำไป ในรอบปีผ่านมา |
| 27.2 |
แถลงบัญชี รายรับ รายจ่าย ของสมาคมฯ ในปีนั้น |
|
| ข้อ |
28. |
|
การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นได้ โดยที่ คณะกรรมการฯเห็นควรจัดขึ้น
หรือโดยที่สมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด
เข้าชื่อกันร้องขอต่อ คณะกรรมการฯให้จัดขึ้น |
| ข้อ |
29. |
|
การแจ้งกำหนด นัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการ เป็นผู้แจ้ง
เป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกทราบ โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน
และ ต้องแจ้งให้สมาชิก ตามที่อยู่ในทะเบียน รับทราบ ล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่า 15 วัน |
| ข้อ |
30. |
|
ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิก เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1
ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะ ถือว่าครบองค์ประชุม ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วม
ไม่ครบองค์ประชุม แต่สมาชิกที่มาร่วมการประชุม เห็นสมควร
ก็ให้ดำเนินการประชุมได้ ในกรณีที่สมาชิกมีความเห็นว่าควรเลื่อนการประชุมออกไป
จะต้องจัดให้มีการประชุมขึ้น ภายในเวลา 30 วัน หลังจากนั้น
โดยไม่มี การจำกัดองค์ประชุม |
| ข้อ |
31. |
|
การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เป็นเกณฑ์ และถ้าคะแนนเสียง ที่ลงมติ
มีเท่ากัน ให้ประธาน ในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด
|
| ข้อ |
32. |
|
| 32.1 |
ให้ประธานสมาคมฯ เป็นประธาน ในการประชุมใหญ่ของสมาคมฯ
ถ้าประธานไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่ มาร่วมประชุม เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นมา
ทำหน้าที่ เป็นประธาน ในการประชุมคราวนั้น |
| 32.2 |
การลงมติต่าง ๆ ในการประชุมใหญ่ ต้องจดบันทึกลง
เป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีประธาน
ในการประชุมใหญ่ และผู้บันทึก ลงนามกำกับในบันทึกนั้น
ให้เลือกผู้จดบันทึก ก่อนเริ่มการประชุม โดยเลือกจาก
สมาชิกที่เป็นกรรมการ |
|